หน้าแรก arrow กิจกรรม arrow ห้องเรียนพ่อแม่ 18-21พย 53 จ.เชียงราย
ห้องเรียนพ่อแม่ 18-21พย 53 จ.เชียงราย พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Editor   
ห้องเรียนพ่อแม่ จ.เชียงราย
๑๘ - ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
สถานที่ ห้องนั่งเล่น

โรงเรียนพ่อแม่ เป็นเวิร์คชอบที่ผมไปทำให้เมืองอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ นครสวรรค์ เป็นต้น ได้ผลดีมาก พ่อแม่หลายคนกลับมาพูดคุยกับลูกรู้เรื่อง กลับมาเสริมสร้างวินัยให้ลูกได้ กลับมาใกล้ชิดสนิทสนมกับลูก ๆ อีกครั้งหนึ่ง นำความผาสุกกลับมาสู่ครอบครัว ทำให้ครอบครัวเป็นฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตของลูกทั้งทางกาย สุขภาพ อารมณ์และจิตใจ ความคิดอ่าน ความมุ่งมั่น วุฒิภาวะ และจิตวิญญาณ

อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู


หนึ่ง เราจะเลี้ยงลูกแบบลูกแมวตัวไหน?

ในการทดลองของนักวิจัยที่ฟรานซิสโก เวเรลา นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปไม่กี่ปีนี้ และเป็นนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่ได้ริเริ่มนำคณะนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ไปไดอะล็อคกับสมเด็จ องค์ทะไลลามะ เป็นประจำ ทุก ๆ สองปี เขาเล่าว่า เมื่อแมวแรกเกิดมานั้น นักวิจัยได้ผูกหลังแมวสองตัวไว้ด้วยกัน ไว้เพียงสามวัน จะมีแมวตัวหนึ่ง ที่แบกอีกตัวหนึ่งไว้บนหลัง เมื่อแมวเริ่มลืมตา แมวตัวที่อยู่กับผืนดิน ก็จะนำพาแมวตัวบนหลังไปไหนต่อไหน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ แมวตัวบนหลัง ก็ได้รับความใส่ใจในเรื่องอาหารการกินตามปกติ แต่แล้วเมื่อสามวันหลัง ได้ปลดเชือกที่ผูกพันแมวไว้ด้วยกันออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แมวตัวล่าง เป็นปกติทุกประการ แต่แมวตัวที่อยู่ข้างบน บางตัวที่ทดลอง ตาบอดตาใส คือ ตาใสที่ใช้การไม่ได้ มันคงไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็น กับตัวเองได้ เพราะไม่เคยได้ประสานสัมพันธ์ระหว่าง ตาที่มองเห็นกับการกระทำของตัวเองเลย ถ้าไม่ตาบอดตาใสก็อาจจะมีความพิการทางสายตาในระดับใดระดับหนึ่ง ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เราใช้อุปไมยอุปมานี้ และความจริงที่เกิดขึ้นนี้ กลับมาพิจารณาวิธีเลี้ยงลูกของพ่อแม่ เราทะนุถนอมลูกน้อยของเราเหมือนไข่ในหินเกินไปหรือเปล่า เราได้พยายามไปแบกลูกเอาไว้บนหลังเราหรือเปล่า เรากำลังทำให้ลูกของเราพิการในความสามารถในการดำรงชีวิตอยู่ของเขาหรือเธอ หรือเปล่า เราพูดถึงคำว่า “เสรีภาพไม่ใช่การตามใจ” เราอาจจะเข้าใจคำว่า อิสรภาพ เสรีภาพผิดไปหรือเปล่า ทำให้เราตามใจลูกแบบผิด ๆ และกลับตัดสินแทนลูกในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เราได้ทำลายความเป็น “องค์กรจัดการตัวเอง” ของเขาไป และเมื่อโตขึ้น เราจะพร่ำบ่นว่า ลูกของเรา ไม่สามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้ หรือนั่นเป็นเพราะว่า เราแบกเขาไว้บนหลังมาตลอดเวลา และนานเกินไปแล้ว!

สอง พูดอย่างไร ลูกจึงอยากจะฟัง ฟังอย่างไร ลูกจึงอยากจะพูด

ในหลักสูตรนี้ เราพากันเรียนรู้วิธีฟัง วิธีพูดกันใหม่ ฟังอย่างไรลูกจึงจะพูด เราก็ให้พวกเราหัดฟังกันอย่างไม่ตัดสิน ฟังกันอย่างไม่สอดแทรก ฟังอย่างลึกซึ้ง ฟังอย่างไม่รีบด่วนตัดสิน ฟังด้วยหัวใจ ฟังด้วยตัวตนของเราจริง ๆ ให้เขาหรือเธอได้มีตัวตนอยู่ในหัวใจของพวกเรา

พูดอย่างไรที่เด็กอยากจะฟัง เราก็ให้พวกเราได้เรียนรู้ประโยคอันตรายที่ไม่ควรพูด ที่จะแบ่งแยกระหว่างลูกกับเราให้ห่างเหินออกไป อย่างเช่นการตีตรา ประทับยี่ห้อให้แก่ลูกทั้งหลาย เช่น ไอ้หน้าโง่ ไอ้หลังยาว เป็นต้น หรือการเปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น ทั้งสองอย่างนี้ จะทำให้เกิดช่องว่างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ระหว่างลูกกับเรา และกว่าลูกจะเข้าวัยรุ่น ก็สายเสียแล้ว เพราะลูกจะไม่ฟังเรา และลูกก็จะเป็นไปในแนวทางที่เราไม่อยากให้เป็น และแก้ก็แก้ไม่ได้ เพราะว่าสายเกินไป เพราะพวกเขาพากันหันหลังให้พวกเราแล้วตลอดกาล หรือเปล่า?

สาม หล่อเลี้ยงความรู้สึกทึ่ง รับรู้ว่าโลกเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์และสวยงาม

พ่อแม่มักแก่เฒ่า แก่ชราเกินวัย(ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วบางคนก็ยังอายุน้อย) หมดพลังชีวิตและความสดใสไปเสียแล้ว ชีวิตเราเต็มไปด้วยความกลัว ที่เราพากันสร้างขึ้นมา ในนามของสังคม แล้วเราก็พร่ำบอกกับตัวเองและกับลูกว่า “สังคม เขาจะว่า...” ในที่สุด เราก็ดำรงชีวิตอยู่ในความกลัวแบบร้อยเปอร์เซนต์ เอ! สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้อย่างไร? ชนเผ่าพื้นเมืองพวกหนึ่งในสหรัฐอเมริกาเคยบอกว่า สิ่งที่เรากลัวจริง ๆ มีอยู่สองอย่างเท่านั้น นอกนั้น เป็น “ความกลัวประดิษฐ์” ที่เราพากันสร้างขึ้นมาเอง เช่นว่า “กลัวว่า ลูกจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต” ส่วนที่มนุษย์กลัวจริง ๆ ก็คือ กลัวความสูง และกลัวเสียงดัง ลองเอาไปคิดใคร่ครวญดูนะครับ ยังไม่ต้องแย้ง ยังไม่ต้องเห็นด้วย ผมว่ามันน่าคิดมาก ว่า ที่เรากลัวโดยส่วนใหญ่ เราพากันสร้างขึ้นมาเอง แล้ว เราก็ป้ายความผิดทั้งหมดไปให้สังคม แล้วเราก็พากันเดินตามสังคมไปอย่างเซื่อง ๆ

ความกลัว ร่องอารมณ์ อันเป็นอารมณ์ลบทั้งหลาย โกรธ หงุดหงิด เหงา เศร้า เซ็ง เหล่านี้พากันบั่นทอนพลังชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลังแห่งการเรียนรู้ เราจะดูว่า เรามีชีวิตอยู่หรือไม่ ให้ดูพลังแห่งการเรียนรู้ หรือ ความรู้สึกทึ่ง ให้ตรวจแววตาของตัวเองทุกเช้า สาย บ่าย เย็นว่า ตาของเรายังมีแวว มีประกาย ที่รู้สึกทึ่ง กับสิ่งต่าง ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนผู้คนรอบข้างอยู่หรือเปล่า หรือมันเต็มไปด้วย ความแห้งผากของคำว่า “รู้แล้ว” หรือ “ไม่เอาฉันไม่แคร์” หรือเปล่า หรือว่า มันแวววาว เปล่งประกาย อยากรู้อยากเห็นออกมาอย่างเต็มที่ เรายังทึ่งกับเพียงลูกแก้ว ที่มีสีสวยอยู่ภายใน ยางลบสวยและหอม ที่เราเคยพบเห็นเมื่อวัยเด็กหรือเปล่า หรือว่า ความรู้สึกเหล่านี้ได้ตายไปจากเรานานแสนนานแล้ว และเราก็ช่วยเข่นฆ่ามัน พร้อมด้วยความช่วยเหลือของบรรดาครูในโรงเรียนทั้งหลาย ที่ไม่เข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริงของเด็ก ๆ เด็กและเรา ตาได้หมดแววไปเสียตั้งนานแล้ว ใช่หรือไม่? แล้วเราจะนำแววตาเหล่านี้ กลับมาได้อย่างไร?!!!

ไม่มีคำว่าสายเกิน!

กำหนดการแต่ละวัน

เรา จะไม่มีกำหนดเวลาอันตายตัว เพราะงานของเราไม่ใช่งานอุตสาหกรรม พวกท่านที่เข้าร่วม ไม่ได้เป็นเครื่องกระป๋องในสายพานการผลิต หากเป็นสิ่งมีชีวิตอันเปี่ยมด้วยปัญญาและความรัก เราเพียงทำรายการองค์ความรู้ และกิจกรรมที่อาจก่อเกิดไว้ในเบื้องต้นแล้ว ตรงนี้ เราเพียงบอกกำหนดเวลาคร่าว ๆ ของหนึ่งวัน ว่าเราจะใช้ชีวิตผ่านพ้นกับอะไรบ้าง อย่างไร

หกโมงเช้า : เดินคุยกันอย่างผ่อนคลาย สบาย ๆ

เก้าโมงครึ่งถึงเที่ยง : การเผยออกของตัวตนและปัญญา
บ่ายครึ่งถึงบ่ายสี่ : ผ่อนคลายเต็มที่ทั้งกายและจิต ต่อจากนั้น เข้าสู่กิจกรรมที่จะคลี่ศิลปะอันล้ำลึกออกมา
หกโมงเย็นถึงสองทุ่ม : กลับมาสู่การถอดบทเรียนและคำถามคำตอบ
* ในวันสุดท้ายของกิจกรรม เลิกเวลา ๑๒.๐๐ น. และร่วมรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน

หมายเหตุ สามารถติดตามอ่านกระทู้โรงเรียนพ่อแม่เพิ่มเติมได้จาก
http://webboard.wongnamcha.com/index.php?topic=80.500

กำหนดการอบรม : ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
สถานที่ ห้องนั่งเล่น จ. เชียงราย

ค่าลงทะเบียน : ๙,๕๐๐ บาท (รวมค่าอบรม อาหารกลางวันและอาหารว่าง)

๔วัน ๓ คืน ณ จ.เชียงราย

สนใจร่วมเรียนรู้ ติดต่อ ลงทะเบียน
คุณ รตนพร อุตส่าห์
Mb. 08 1796 8424
E-mail address: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

หรือหากมีข้อสงสัยสอบถามเกี่ยวกับการอบรมติดต่อ

คุณ ญาดา สันติสุขสกุล
สถาบันขวัญเมือง จ. เชียงราย
Mb.087-106-1106
E-mail address: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
Views: 212

  แสดงความคิดเห็น

Only registered users can write comments.
Please login or register.

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.3

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >



Link





วงน้ำชา.com (มูลนิธิสังคมวิวัฒน์-ห้องนั่่งเล่น 952/4 หมู่4 ถ.ร่วมจิตต์ถวาย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000)